รัสเซียโต้อเมริกา “ไร้หลักฐาน” เรื่องอาวุธเคมีในซีเรีย

สหรัฐและรัสเซียแลกหมัดวิวาทะในการประชุมยูเอ็นเอสซี เกี่ยวกับสถานการณ์การใช้อาวุธเคมีในซีเรีย ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนคนนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ว่านางนิกกี เฮลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำยูเอ็น กล่าวต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) เมื่อวันจันทร์ เรียกร้องให้มีการรับรองร่างมติที่รัฐบาลวอชิงตันเป็นผู้เสนอ

ให้ประณาม “อย่างรุนแรงที่สุด” ต่อการที่กองทัพซีเรียใช้อาวุธเคมีเข่นฆ่าประชาชนในเมืองดูมา ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงดามัสกัส เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 20 คน อีกทั้งก่อนหน้านั้นกองทัพซีเรียยังใช้ก๊าซคลอรีนไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง โจมตีพลเรือนในเขตกูตาตะวันออก ชานกรุงดามัสกัสด้วย อย่างไรก็ตาม นายวาสซิลี เนเบนเซีย เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำยูเอ็น กล่าวตอบโต้ข้อกล่าวหาของสหรัฐว่า “ไม่มีหลักฐาน” และเป็นอีกครั้งที่อเมริกาและพันธมิตรใช้ “โฆษณาชวนเชื่อ” เพื่อกล่าวโทษประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ในเรื่องนี้ และได้เสนอร่างมติใหม่เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม ว่าการประณามการใช้อาวุธเคมีในซีเรียควรอ้างอิงจาก “หลักฐานที่เชื่อถือได้” และผลการตรวจสอบโดย “ผู้เชี่ยวชาญ” ทั้งนี้ ยูเอ็นเอสซีเคยประชุมเรื่องสถานการณ์การใช้อาวุธเคมีในซีเรีย 2 ครั้ง เมื่อเดือนพ.ย. ปีที่แล้ว และรัสเซียซึ่งเป็นสมาชิกถาวรใช้อำนาจวีโต้ปัดตกร่างมติที่เสนอโดยสหรัฐทั้งสองครั้ง

ในเวลาเดียวกัน องค์กรสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนซีเรีย ( เอสโอเอชอาร์ ) รายงานการโจมตีทั้งจากการทิ้งระเบิดโดยเครื่องบิน และการยิงปืนใหญ่ข้ามเขตต่อสู้กันอย่างหนักหน่วง ในเขตกูตาตะวันออก ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่เพียงไม่กี่แห่งรอบกรุงดามัสกัส ซึ่งกลุ่มกบฏยังคงยึดครองเอาไว้ได้ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 29 คน และได้รับบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews