ครูป.โทนักดนตรีข้างถนน ใช้เพลงกระตุ้นจิตสำนึกปชช.

ครูป.โทนักดนตรีข้างถนน ใช้เพลงกระตุ้นจิตสำนึกปชช.
ครูเมืองย่าโมดีกรี ป.โทกฎหมายกับบทบาท“นักดนตรีข้างถนน”ชวนลูกศิษย์เดินสายร้องเพลงที่แต่งเองแฝงด้วยคุณธรรม กระตุ้นจิตสำนึกคนไทยให้เห็นความสำคัญของความสามัคคี

“…ความสามัคคีนี้ หมายถึงว่ามีสิ่งใดที่อาจ ขัดแย้งซึ่งกัน และกันบ้าง ก็ต้องปรองดองกันเสีย และหา ทางออกโดยที่ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกันเพราะความสามัคคีเป็นกำลังอย่างสูงสุดของ หมู่ชน…” ความตอนหนึ่ง ในพระบรมราโชวาท “ในหลวง ร.9” พระราชทานแก่กลุ่มชาวไร่หมู่บ้านตัวอย่าง โครงการไทย-อิสราเอล จังหวัดเพชรบุรี วันที่ 25 พฤษภาคม 2513

ความสามัคคีถือเป็นเรื่องสำคัญมาก อย่างที่ทราบก่อนที่รัฐบาลชุดนี้จะเข้ามาบริหารประเทศ คนไทยแบ่งสี-แบ่งข้างกันอย่างชัดเจน ผลที่ตามมาคือเกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน สุดท้ายบาดแผลที่ม็อบทั้งสองฝ่ายได้รับคือความสูญเสีย มีทั้งคนเจ็บ และคนตาย… ”เหยี่ยวขาว”ขอภาวนาอย่าได้เกิดเหตุการณ์รุนแรงแบบนี้อีกเลย ไม่มีใครอยากเห็นภาพแห่งความเจ็บปวดมาซ้ำรอยเดิมแน่นอน

เกริ่นนำเรื่องความสามัคคีวีคนี้ มีเรื่องราวของครูคนหนึ่งชื่อ “ธนเดช เอื้อศรี” อายุ 43 ปี ชาว จ.นครราชสีมา จากเด็กบ้านนอกที่ชอบเสียงเพลง และความถูกต้องยุติธรรม จึงเกิดแนวคิดแต่งเพลงที่แฝงคุณธรรม คติสอนใจ และความสามัคคีขึ้นตระเวนเดินทางนำเสียงเพลงไปมอบ-ไปกระตุ้นให้คนไทยได้ซึมซับเรื่องของความสามัคคีเกือบ 3 ปี ไม่เลือกว่าจะเป็นเล่นเปิดหมวกข้างถนน หรือสถานที่ใด ๆ ก็ตาม อีกทั้งยังเชื่อว่าการนำเสียงเพลงมาผสมผสานกับการสอนจะทำให้ลูกศิษย์มีความสนใจมากขึ้น

“ธนเดช” บอกว่า สมัยเรียนนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล ต้องเล่นดนตรีตามร้านอาหารช่วยเสริมค่าใช้จ่ายทางบ้าน กระทั่งจบได้รับมอบหมายให้เป็นอาจารย์พิเศษสอนวิชากฎหมายที่โรงเรียนตำรวจภูธรภาค 3 ไม่นานก็เปลี่ยนสายงานเป็น นิติกร 6 ว.ที่ อบจ.นครราชสีมา ก่อนจะย้ายมาทำงานที่เทศบาลแห่งหนึ่ง ทำได้ไม่นานเกิดเบื่อหน่ายบางสิ่งบางอย่างในชีวิต จากคนจำนวนไม่น้อยที่ยังขาดคุณธรรมค้ำจุนประจำใจ

“ปัจจุบันผมเป็นอาจารย์สอนวิชากฎหมาย ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครราชสีมา ช่วงสอนก็เรียนปริญญาโทสาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงจนจบ ชีวิตนี้หวังเพียงอย่างเดียวคือใช้วิชาความรู้ที่มีอบรมสั่งสอนนักศึกษาอย่างเต็มความสามารถ แต่เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่าจะให้ความรู้ทางด้านวิชาการอย่างเดียวไม่ได้ จำเป็นต้องนำเรื่องคุณธรรมประจำใจแฝงไปกับเนื้อหาไปด้วยพร้อม ๆ กัน เพื่อไม่ให้เด็กนำความรู้ด้านกฎหมายไปเป็นเครื่องมือเอาเปรียบผู้อื่น จนปี 57 เกิดความคิดแต่งเพลงแฝงคุณธรรม คติสอนใจ และความสามัคคีขึ้นมาเพื่อสร้างบรรยากาศของการเรียนที่ไม่น่าเบื่อหน่ายให้กับนักศึกษา ผลปรากฏว่าประสบความสำเร็จ เด็กสนใจ และอยากมีส่วนร่วมในเรื่องของเสียงเพลงที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความสามัคคีมาก”

ครูรักความสามัคคี บอกต่อว่า เมื่อทุกอย่างลงตัวก็ชักชวนลูกศิษย์ที่มีจิตใจชอบในเสียงเพลงตระเวนไปเล่นตามสถานที่ต่าง ๆ เช่นเปิดหมวกหน้าอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี(ย่าโม)นำเงินรายได้กว่า 20,000 บาทมอบให้นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมาสมทบช่วยซื้อผ้าห่มช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม และไปตามสถานที่โรงเรียนสอนเด็กพิการ ตามหมู่บ้านในเขตป่าไม้ป่าต้นน้ำในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ล่าสุดนำคณะหอบเครื่องดนตรีร้องเพลงกลางกรุงเทพฯ เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกในเรื่องความสามัคคีให้กับคนในเมืองหลวงถึงความรัก และความสามัคคีปรองดองสมานฉันท์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ “พ่อหลวง ร.9” ทรงเตือนสติคนไทยมาโดยตลอด

ต้องขอบพระคุณเป็นอย่างสูงสำหรับ สิ่งที่ท่านได้มอบให้กับสังคมนี้ เชื่อว่าบทเพลงที่แต่งขึ้นนั้นน่าจะกระตุ้นจิตสำนึกของคนไทยได้ไม่มากก็น้อย…ช่วยกันคนละเล็กละน้อยดีกว่าไม่ทำอะไรเลย …อยากฝากถึงทุกภาคส่วนต้องพยายามกระตุ้นเตือนสติคนในชาติให้เห็นความสำคัญเรื่องความสามัคคี ประเทศนี้บอบช้ำมามากพอแล้ว….คำสอนของ “พ่อหลวง” อย่าชอบอย่างเดียวต้องปฏิบัติด้วย.

………………………………….
คอลัมน์”คนดีของสังคม”
โดย “เหยี่ยวขาว”
ขอบคุณ ข้อมูล-ภาพ…รภูชิตพงศ์ ทิพย์พรชัย ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ จ.นครราชสีมา

ขอบคุณข้อมูล จาก เดลินิวส์